Custom Search

วันอังคารที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2552

กลวิธีเผาผลาญยามฉุกเฉิน/ ผลไม้เพื่อสุขภาพ ง่ายๆของคุณ


กลวิธีเผาผลาญยามฉุกเฉิน

เพราะสาว ๆ ทุกคนใฝ่ฝันอยากมีรูปร่างดี หุ่นสวย จึงต้องระมัดระวังเรื่องเกี่ยวกับอาหารการกินเป็นพิเศษ แต่ต่อให้ระวังแค่นั้นก็คงต้องมีวันที่เผลอเข้าสักวัน แล้วเมื่อสาวคนไหนเผลอกินเยอะจนเกินพิกัดไปละก็ Don't worry! ไม่ต้องกังวลอะไรเลยจ้ะ เรามีเคล็ดลับการเผาผลาญไขมันส่วนเกินมาฝากกันค่ะ



ทานผัก ผลไม้เป็นประจำ
แม้ว่าอาหารจำพวกผักจะให้พลังงานน้อย แต่ก็ให้สารอาหารจำนวนมากที่ร่างกายคนเราต้องการ ส่วนผลไม้ก็ควรเลือกทานที่ให้พลังงานต่ำ เช่น มะม่วง ฝรั่ง แตงโม ชมพู่ หลีกเลี่ยงผลไม้ที่มีรสหวานจัด และให้พลังงานสูง



อาหารจำพวกธัญพืช
อาจจะทานเป็นมือเช้า แต่ต้องเป็นธัญพืชชนิดไขมันต่ำด้วยนะค่ะ ธัญพืชอุดมด้วยไฟเบอร์ วิตามิน และสารต้านอนุมูลอิสระต่าง ๆ จำนวนมาก ซึ่งจะช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำการย่อยช้า ๆ เข้าสู่ร่างกาย เราก็จะรู้สึกอิ่มท้องนานขึ้น



การเคลื่อนไหวร่างกาย
หาเวลาให้ร่างกายได้เคลื่อนไหว ให้ได้เหงื่อบ้าง หากมีเวลามากพอก็หาเวลาออกกำลังกาย เล่นกีฬา ช่วงแรกเริ่มต้นวันละประมาณครึ่งชั่วโมงก็ยังดี แล้วพอร่างกายเริ่มปรับเข้าที่ก็เพิ่มการออกกำลังกายเป็นวันละ 1 ชั่วโมง จะช่วยเผาผลาญไขมันได้ดี แถมได้สุขภาพที่แข็งแรงอีกด้วย (การเคลื่อนไหวของร่างกายอย่างเร็ว ๆ ช่วยเผาผลาญได้ 140 แคลอรีภายในครึ่งชั่วโมง)



พยายามเคี้ยวอาหารช้า ๆ
การที่เราทานอาหารด้วยความรวดเร็ว จะทำให้เรากินได้มากเกินพิกัด โดยที่ไม่รู้ตัว ที่สำคัญสาว ๆ จำไว้ให้ดีว่าไม่ควรทานอาหารหลัง 6 โมงเย็น หรือช่วงกลางคืนดึกดื่นเป็นอันขาด เพราะช่วงนี้แหละที่ทำให้เราต้องเจอกับปัญหาอ้วนๆๆๆ เข้าสักวัน

ดื่มน้ำส้มคั้นสดๆ

เพราะวิตามินที่มีอยู่ในน้ำส้มจะช่วยดูดซึมสารอาหารที่สำคัญ แล้วหากสาวคนไหนรับประทานส้มเป็นผลด้วย ก็จะช่วยควบคุมน้ำหนักได้อีกวิธีหนึ่ง เพราะส้มจะมีเส้นใยธรรมชาติ ที่ทำให้รู้สึกอิ่มท้องเร็ว


ด้วยเคล็ดลับง่าย ๆ แบบนี้ หากสาว ๆ คนไหนปฏิบัติเป็นประจำ ก็สบายหายห่วง ตัดความกังวลเรื่องไขมันส่วนเกิน หรือเรื่องของความอ้วนไปได้เลยค่ะ



วันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2552

แอปเปิ้ล ราชาแห่งผลไม้ลดน้ำหนัก / ผลไม้เพื่อสุขภาพ ง่ายๆของคุณ

แอปเปิ้ล ราชาแห่งผลไม้ลดน้ำหนัก

การจำกัดปริมาณอาหารเพื่อควบคุมน้ำหนักนั้น เป็นเรื่องยากสำหรับคุณผู้หญิง เพราะไหนจะต้องทนต่อความหิวจนกว่าจะผอม แต่พอผอมสมใจกลับโดนทักว่าทำไมดูซีดเซียว ไม่สดชื่น อวบอั๋นเหมือนตอนก่อนลดน้ำหนัก

การรับประทานผลไม้จึงเป็นวิธีหนึ่ง ที่ช่วยแก้ปัญหาได้ทั้งการลดน้ำหนัก และการมีสุขภาพที่สดใส เพราะผลไม้ประกอบไปด้วยเส้นใยอาหาร (Fiber) ที่ช่วยให้รู้สึกอิ่มท้องมีน้ำตาลธรรมชาติที่ร่างกายสามารถดูดซึมได้เร็ว และนำไปใช้งานได้ทันที นอกจากนี้ ผลไม้ยังอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุอีกนับไม่ถ้วน ช่วยให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น ไม่ทรุดโทรม จึงเหมาะสำหรับสาว ๆ ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักเป็นที่สุด

เมื่อถามคนใกล้ตัวว่า "อยากลดน้ำหนักจะทานผลไม้อะไรดี?" เชื่อว่าคงได้คำตอบกว่าครึ่งเป็นผลไม้รูปร่างอวบอัดที่ชื่อว่า "แอปเปิ้ล" แน่ ๆ เพราะแอปเปิ้ลเป็นผลไม้ที่มีสีสันชวนรับประทาน เนื้อสัมผัสกรอบ รสชาติอร่อย กลิ่นหอม มีคุณค่าทางโภชนาการสูง หาทานได้ง่าย ราคาไม่แพง และที่สำคัญคือไม่ทำให้อ้วน แอปเปิ้ลจึงได้ชื่อว่าเป็น "ราชาแห่งผลไม้ลดน้ำหนัก"







กินแอปเปิ้ลวันละ 1 ผล ร่างกายแข็งแรง

แอปเปิ้ลให้สารอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรตและวิตามินซีเป็นหลัก ซึ่งปริมาณวิตามินซีจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ช่วงเวลาเก็บเกี่ยว และความสด เนื้อแอปเปิ้ล 100 กรัม มีวิตามินซีประมาณ 6 มิลลิกรัม และให้พลังงานราว 59 แคลอรี ไม่ทำให้อ้วน แต่แอปเปิ้ลก็มีสารอาหารที่มีประโยชน์ชนิดอื่นทดแทน แบบที่เรียกได้ว่าไม่น้อยหน้าผลไม้อื่นแต่อย่างใด

พลังงานที่ได้จากแอปเปิ้ลมีลักษณะพิเศษที่น่าสนใจคือ แอปเปิ้ลจะให้พลังงานค่อนข้างต่ำและค่อยเป็นค่อยไป เพราะแหล่งพลังงานของแอปเปิ้ลคือ น้ำตาลฟรักโทสซึ่งเป็นน้ำตาลที่เปลี่ยนรูปเป็นพลังงานอย่างช้า ๆ ในร่างกายช่วยให้ไม่รู้สึกหิว อิ่มนาน ผลที่ตามมาคือ ระดับน้ำตาลในกระแสเลือดจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นอย่างสม่ำเสมอ ไม่สูงเร็วเหมือนกินขนมหวาน จึงเหมาะกับคนไข้เบาหวานด้วยเช่นกัน

เปลือกและเนื้อของแอปเปิ้ลมีเส้นใยอาหารที่ชื่อว่า "เพคติน" ที่มีคุณสมบัติพองตัวได้มาก ช่วยเพิ่มกากในทางเดินอาหาร ทำให้อวัยวะในทางเดินอาหารมีการทำงานเป็นปกติ เพิ่มประสิทธิภาพในการขับถ่าย ซึ่งเป็นการช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ และยังช่วยจับคอเลสเตอรอลไม่ให้ถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย ป้องกันโรคคอเลสเตอรอลในเลือดสูง โรคหัวใจ และความดันโลหิตสูง

นอกจากนี้ แอปเปิ้ลยังอุดมไปด้วยวิตามิน เกลือแร่และสารอาหารที่มีประโยชน์อีกหลายชนิด ทั้งวิตามินเอ บี 1 บี 2 บี 6 ไบโอติน กรดโฟลิก กรดแพนโทเธอนิค เกลือแร่ คลอไรด์ เหล็ก ทองแดง แมกกานีส แคลเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม โซเดียม ซิลิคอน และยังมีกรดอินทรีย์ 2 ชนิด คือ กรดมาลิคและกรดทาร์ทาริก ซึ่งช่วยในการย่อยอาหารจำพวกโปรตีนและไขมัน สารอาหารเหล่านี้ มีประโยชน์ต่อสุขภาพในหลายด้าน โดยเฉพาะวิตามินซี และสารในกลุ่มฟลาโวนอยด์ ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่พบมากในแอปเปิ้ล จะช่วยป้องกันโรคหัวใจในผู้ที่รับประทานเป็นประจำ

แอปเปิ้ลเขียว หรือแอปเปิ้ลแดง ที่มีประโยชน์มากกว่ากัน

เมื่อวิเคราะห์จากคุณค่าสารอาหารต่าง ๆ เปรียบเทียบระหว่างแอปเปิ้ลเขียวและแอปเปิ้ลแดง พบว่าไม่มีความแตกต่างกันมากนัก แต่สิ่งที่แอปเปิ้ลแดงมีเหนือกว่าเล็กน้อยคือ ปริมาณของสารแอนโทไซยานิน ซึ่งมีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระในกลุ่มฟลาโวนอยด์นั่นเอง




ดื่มน้ำแอปเปิ้ล ก็ได้ประโยชน์เท่ากินทั้งลูก?

จากที่กล่าวมาแล้วข้างต้น จะพบว่าประโยชน์ของแอปเปิ้ลมาจากองค์ประกอบ 3 ตัวด้วยกันคือ จากเส้นใยอาหาร สารต้านอนุมูลอิสระที่มีมากบริเวณเปลือก และจากน้ำตาลฟรักโทสที่มีมากในเนื้อแอปเปิ้ล ดังนั้นหากต้องการดื่มน้ำแอปเปิ้ล ควรเลือกวิธีการปั่นทั้งผล โดยไม่ต้องปอกเปลือก เพราะหากใช้วิธีคั้นน้ำ จะทำให้ได้เฉพาะน้ำตาลและสารต้านอนุมูลอิสระอีกเล็กน้อย ซึ่งอาจทำให้อ้วนได้มากกว่าเดิม และไม่ได้รับประโยชน์ทั้งหมดจากแอปเปิ้ลอย่างครบถ้วน

กินแอปเปิ้ลอย่างไรให้ได้ประโยชน์

ในแง่โภชนาการ แอปเปิ้ลไม่ใช่ผลไม้ที่มีวิตามินหรือแร่ธาตุในปริมาณสูงมากนัก เมื่อเทียบกับกล้วย ฝรั่งหรือส้ม แต่หากทานแอปเปิ้ลวันละ 2-4 ลูก โดยไม่ปอกเปลือกก็จะได้รับเส้นใยอาหารและสารอาหารต่าง ๆ ในปริมาณที่พอเหมาะ

ในปัจจุบันมีการกล่าวอ้างสรรพคุณของแอปเปิ้ลมากมาย เช่น บำรุงหัวใจ ลดคอเลสเตอรอล ลดความดัน ควบคุมปริมาณน้ำตาลในเลือด ลดความอยากอาหาร ช่วยกระตุ้นการทำงานของสารต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความแก่และฆ่าเชื้อไวรัส ซึ่งหากต้องการจะรับประทานแอปเปิ้ลสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อควบคุมน้ำหนักแล้ว ก็ควรต้องทานเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน และผักผลไม้อื่น ๆ ร่วมด้วย เพื่อป้องกันการขาดสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย









วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2552

เปลือกผลไม้ ไม่ไร้ค่าถาเราลองทำ






เปลือกผลไม้ ไม่ไร้ค่าถาเราลองทำ

เคยบ้างไหม หลายๆ ต่อหลายครั้งเวลาที่เรารับประทานผลไม้แล้วนึกเสียดายเปลือกไหมครับ ผมก็เป็นออกบ่อยไป จะกินก็กินไม่ได้ ครั้นจะทิ้งก็กลับนึกเสียดายซะงั้น วันนี้เลยมีข้อแนะนำดีๆ เกี่ยวกับเปลือกผลไม้ที่คิดว่าไร้ค่ามาฝากกันครับ
ในบ้านเรามีผลไม้หลากหลายชนิดที่เราไม่สามารถหรืออาจจะไม่นิยมกินเปลือก อาทิเช่น ส้ม สับปะรด กล้วย หรือแม้แต่ทุเรียน (อันนี้ใครกินได้ทั้งเปลือกขอคาราวะ) อันที่จริง ใช่ว่ากินไม่ได้แล้วจะหมดประโยชน์เลยซะทีเดียวนะครับ อีกทั้งในปัจจุบันข้าวของ อาหาร การกินทุกอย่างล้วนราคาแพง เพราะฉะนั้นเราจึงควรใช้ทุกสิ่งทุกอย่างให้คุ้มค่าที่สุด จะเรียกว่า "งก" ว่า "ขี้เหนียว" คงไม่ได้หรอกนะครับ แต่เราควรจะหาประโยชน์จากสิ่งที่มีอยู่ให้มากที่สุดเท่านั้นเองครับ ดังนั้นหากเราจะไม่ทิ้งเปลือกผลไม้เหล่านี้แล้ว ลองมาดูกันดีกว่าเราจะสามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้อย่างไรบ้าง เริ่มจาก

เปลือกกล้วย

มีคุณสมบัติทำให้ผิวชุ่มชื่น เพียงคุณใช้เปลือกกล้วยล้างน้ำให้สะอาดแล้วใช้ถูกับมือ ข้อเท้า ขา หรือใบหน้าก็ได้ นอกจากจะทำให้ผิวชุ่มชื่นไม่แห้งกร้านแล้วยังทำให้ผิวนุ่ม นอกจากนั้นเปลือกล้วยน้ำว้ายังสามารถใช้แทนน้ำยาขัดรองเท้าได้อีกด้วย

เปลือกส้ม

บ้านใครมียุงชุมก็ขอแนะนำให้ใช้ เปลือกส้ม กำจัดยุง หลังจากที่กินส้มเขียวหวานเรียบร้อยแล้ว เปลือกส้มเขียวหวานอย่าทิ้ง นำไปตากให้แห้งสักแดดสองแดด นำมาสุมไฟไล่ยุงได้เป็นอย่างดีไม่มีสารตกค้างไม่เป็นพิษกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วยครับ

เปลือกทุเรียน
เวลาที่กินทุเรียนแล้วไม่รู้จะเอาเปลือกไปไว้ไหน ขอแนะนำให้คุณเอาไปตากให้แห้งใช้เป็นเชื้อเพลิงแทนถ่านไม้ได้ หรือเวลาที่คุณกินทุเรียนแล้วเกิดอาการร้อนใน ขอแนะนำให้ลองดื่มน้ำที่รินใส่เปลือกทุเรียนผสมกับเกลือเล็กน้อย อาการก็จะบรรเทา ยิ่งไปกว่านั้นน้ำที่ใส่ในเปลือกทุเรียนหากเอามาล้างมือล้างปากก็สามารถแก้กลิ่นทุเรียนที่ติดอยู่ได้อีกด้วยครับ ครบเครื่องจริงๆ

เปลือกสับปะรด
ที่สามารถนำมาใช้กับภาชนะทองเหลืองได้เพียงเอาภาชนะพวกทองเหลืองหรือเครื่องเงินลงแช่ในน้ำใส่เปลือกสับปะรดลงไปให้มิดทิ้งไว้สักหนึ่งคืนก่อนที่จะนำมาล้างให้สะอาดด้วยน้ำธรรมดา เครื่องเงินและทองเหลืองของคุณก็จะสดใสงามราวกับของใหม่ครับ

เปลือกส้มโอ

นอกจากจะเอาไปทำส้มโอเชื่อมและยาดมส้มโอมือแล้ว เปลือกส้มโอยังสามารถใช้ขัดภาชนะที่ทำจากอะลูมิเนียมให้มีความใสและมันวาวได้อย่างดีอีกด้วย เพียงนำเปลือกส้มโอมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ในน้ำเดือดประมาณ 20 นาที ก่อนที่จะนำเปลือกส้มโอที่ต้มแล้วมาขัดถูภาชนะพร้อมกับสบู่ แค่นี้เครื่องครัวของคุณก็จะแวววาวสดใสโดยไม่ต้องเปลืองตังค์ไปซื้อน้ำยาราคาแพงครับ

เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว ต่อไปเวลารับประทานผลไม้ ก็อย่าทิ้งเปลือกให้ไร้ค่า เก็บกลับมาใช้ประโยชน์ได้ตั้งเยอะแหนะ แถมยังช่วยประหยัดอีกต่างหาก แต่ขอแนะนำเพิ่มเติมนิดนึงว่า สำหรับเปลือกทุเรียนนั้นเค้าไม่ได้มีไว้ใช้ทำร้ายกันนะค่ะ อย่าเอาไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ครับ



กินผักผลไม้อย่างไร ให้ได้ประโยชน์สูงสุด




แก้วมังกร
ผลไม้ที่มีต้นรูปร่างแปลกๆ แต่รสชาติอร่อยไม่แพ้ผลไม้ชนิดอื่น แถมด้วยคุณประโยชน์มากมาย แต่ถ้าจะให้ดีที่สุด เวลาน้องๆ กินแก้วมังกรแล้ว อย่าลืมเคี้ยวเมล็ดสีดำเล็กๆ ให้แตกนะคะ เพราะในเมล็ดของแก้วมังกรมีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่ รวมทั้งวิตามินอี การเคี้ยวให้แตกจะช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซึมสารอาหารเหล่านี้ได้

ส้ม
เป็นผลไม้ที่มีไบโอฟลาโวนอยด์ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระสูง โดยจะมีมากในเยื่อบุผิวและเนื้อเยื่อส่วนใน ดังนั้น เวลากินส้มจึงไม่ควรลอกเยื่อบุผิวขาวๆ ออก และควรกินเนื้อส้มเข้าไปด้วย ช่วยเพิ่มกากใยอาหารอีกต่างหาก (มีส่วนช่วยในการขับถ่ายด้วยนะคะ)

ฝรั่ง
หลายคนเชื่อว่าหากกินเมล็ดฝรั่งเข้าไปแล้วจะทำให้ท้องผูกและเป็นไส้ติ่งด้วย จึงมักจะทิ้งเมล็ดไป แต่ทราบมั้ยคะว่า ความจริงแล้วเมล็ดฝรั่งมีความหวานหอมและเป็นกากใยอาหารที่ดีเยี่ยม จริงๆ แล้วไม่ว่าจะเป็นเมล็ดอะไรหรืออาหารอะไร หากสามารถเข้าไปในไส้ติ่งได้ก็ทำให้เป็นโรคไส้ติ่งอักเสบได้ทั้งสิ้น ไม่จำเป็นต้องเป็นเมล็ดฝรั่งอย่างเดียวหรอกค่ะ (พี่ปาล์มชอบกินมากเลยนะเมล็ดฝรั่งเนี่ย อร่อยนะจะบอกให้)

แครอท
ผักสีส้มที่กินแล้วผิวสวยเพราะได้ชื่อว่ามีสารเบต้าแคโรทีนสูง แต่จะได้ประโยชน์มากขึ้นหากปรุงด้วยความร้อนก่อนนำมากิน ความร้อนจะช่วยทำให้ผนังเซลล์ของแครอทอ่อนตัวลงร่างกายสามารถย่อยได้ง่ายและดูดซึมสารอาหารต่างๆ ได้ดีขึ้น (สาวๆ สนใจมั้ยคะ?)
การกินผักและผลไม้ หากจะให้ได้ประโยชน์สูงสุดก็จะต้องกินแบบสดๆ ปลอดสารพิษด้วยนะ น้องๆ ชอบกินผักและผลไม้อะไรบ้างครับ

“มะพร้าว” ผลไม้เพื่อสุขภาพ




“มะพร้าว” ผลไม้เพื่อสุขภาพ

ธรรมชาติบำบัดถือว่าน้ำมะพร้าวเป็นน้ำผลไม้ที่ดีที่สุดชนิดหนึ่ง
มีแร่ธาตุที่ร่างกายต้องการครบถ้วน มีไขมันที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ประโยชน์ได้ภายใน 5 นาที และยังเป็นประโยชน์ในการขับสารพิษและชำระล้างร่างกายด้วย
มะพร้าวมีลำต้นสูง ต้องผ่านการกลั่นกรองตามชั้นต่างๆ ของลำต้นมะพร้าวกว่าจะถึงลูกมะพร้าวที่อยู่ข้างบน น้ำมะพร้าวที่ได้มาจึงบริสุทธิ์มากแคลเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส โปรแตสเซียม ฯลฯ
มะพร้าวเป็นผลไม้ที่มีด่างสูง
น้ำมะพร้าวและกะทิสามารถรักษาโรคที่เกิดจากร่างกายมีความเป็นกรดมากเกินไปได้ คนไทยถือกันว่ามะพร้าวเป็นยาบำรุงกำลัง บำรุงเส้นเอ็น ใช้รักษาโรคกระดูกได้ ส่วนคนจีนเชื่อว่ามะพร้าวมีฤทธิ์เป็นกลาง ไม่เป็นทั้งหยินและหยาง มีสรรพคุณในการขับพยาธิ
สำหรับคนไข้ที่อาเจียนและท้องร่วงในเวลาเดียวกัน ให้ดื่มแต่น้ำมะพร้าวอย่าให้ทานอย่างอื่น เพราะร่างกายจะดูดซึมกลูโคสไปใช้ได้ในเวลาอันรวดเร็ว
แม่ที่เพิ่งคลอดบุตรไม่มีน้ำนมเพียงพอให้ลูกกิน
สามารถให้น้ำมะพร้าวเสริมน้ำนมแม่ได้ เพราะมีความบริสุทธ์กว่านมผงหรือนมวัว ไม่มีสารเคมีเจือปนที่เป็นอันตรายต่อร่างกายของเด็กถ้า ผู้หญิงคนไหนที่เป็นสิวหรือมีรอบเดือนติดต่อกันไม่หยุด ให้กินแต่น้ำมะพร้าวอย่างเดียว ครั้งที่ดื่มอาการเหล่านั้นอาจจะเพิ่มขึ้น แต่ก็เป็นสิ่งดีเพราะร่างกายถูกกระตุ้นให้ขับของเสียออกมา
น้ำมะพร้าวดื่มได้ทุกวัน ทุกเพศทุกวัย
เพราะเป็นเครื่องดื่มจากธรรมชาติ นอกจากจะมีประโยชน์แล้ว ยังทำให้ร่างกายสดชื่น ไม่เป็นอันตรายเหมือนน้ำอัดลม อย่างไรก็ตาม คนเป็นโรคไตและโรคเบาหวานไม่ควรดื่มน้ำมะพร้าว
น้ำมะพร้าวเปิดลูกแล้วควรดื่มเลย ไม่ควรทิ้งไว้นาน ถ้าเราตัดหรือหั่นผลไม้ อย่าทิ้งไว้เกินครึ่งชั่วโมง แม้จะเก็บในตู้เย็นก็ตาม ควรกินให้หมดทีเดียว ผลไม้แต่ละอย่างมีพลังชีวิต ถ้ากินผลไม้สุกจากต้นจะได้รับพลังชีวิตสูง หากเก็บทิ้งค้างไว้ พลังชีวิตของผลไม้จะลดต่ำลงเรื่อยๆ ตามระยะเวลาที่เก็บ
ปัจจุบันหากต้องการดื่มน้ำมะพร้าวควรต้องระวังเรื่องสารฟอกขาวหากเป็นไปได้ควรซื้อเป็นทะลายมาจากสวนโดยตรง เมื่อต้องการดื่มค่อยตัดทีละลูกจากทะลาย


มะพร้าวไม่ได้มีประโยชน์แค่ผลเท่านั้นยังมีส่วนอื่นๆอีก เช่น
ราก - ใช้แก้พิษไข้ แก้ท้องเสีย โดยนำรากมาฝนกับน้ำข้าวกินดับพิษไข้ พิษผิดสำแดง
น้ำมะพร้าว - ก็ถือว่าเป็นยา ใช้บำรุงธาตุไฟ แก้เลือดกำเดา ใช้ทดแทนน้ำที่เสียไปขณะท้องเสียโดยเฉพาะ
ในเด็กเล็ก ใช้เป็นน้ำกระสายยาหอม แก้อาการอ่อนเพลีย
ดอก - ใช้แก้ท้องเสีย แก้ริดสีดวงทวาร แก้ปากเปื่อย แก้โลหิตเป็นพิษ ต้มอมแก้ปากเปื่อย
เนื้อมะพร้าว - ใช้แก้อาการนอนกัดฟันในเด็ก
น้ำมันมะพร้าว - ใช้ผสมยาหลายชนิด ส่วนมากเป็นยาทา
ผงถ่านจากกะลามะพร้าว - แก้ท้องเสีย อาหารเป็นพิษ เล่ากันว่าในการกระเบิดของโรงไฟฟ้าที่เชอร์โนบิล
มีการใช้ผงถ่านจากกะลามะพร้าวลดปริมาณกัมมันตภาพรังสีในร่างกายผู้ป่วยลงไปได้ 500-1000 เท่า

_ข้าวโพด_ คุณค่านับอนันต์


ข้าวโพดไม่ธรรมดา คุณค่านับอนันต์

รู้กันดีว่า

ข้าวโพดเป็นธัญพืชที่สำคัญมากชนิดหนึ่งของโลก

เป็นอาหารที่มีประโยชน์มากทั้งคนและสัตว์ข้าวโพดมีถิ่นกำเนิดแถบประเทศตะวันตก

เป็นที่นิยมบริโภคกันในแถบทวีปอเมริกากลางและใต้

สำหรับในประเทศไทยข้าวโพดเป็นที่รู้จักและรับประทานกันมาช้านานแล้ว

ข้าวโพดมีคุณค่าทางอาหารมากมาย ประกอบไปด้วยสารอาหาร ดังนี้

- คาร์โบไฮเดรตข้าวโพดมีคาร์โบไฮเดรตประมาณร้อยละ 72 ข้าวโพดหนัก 1 กรัม ให้พลังงาน 4 แคลอรี่

- ไขมัน เมล็ดข้าวโพดมีไขมันอยู่ร้อยละ 4 มีฤทธิ์ช่วยควบคุมคอเลสเตอรอล ช่วยลดความดันโลหิตสูง

- โปรตีน โปรตีนในข้าวโพดเป็นโปรตีนที่ไม่สมบูรณ์ค่ะ เพราะจากกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายคือไลซีนและทริบโตฟาน ควรรับประทานข้าวโพดร่วมกับถั่วเมล็ดต่างๆ

- วิตามิน อุดมด้วยวิตามินบี 1 และวิตามินบี 2 รวมไปถึงเกลือแร่ด้วยค่ะ

ประโยชน์ของข้าวโพด นอกจากจะรับประทานฝักสดๆแล้ว ข้าวโพดฝักอ่อน มักจะนำมาบรรจุกระป๋องซึ่งเป็นสินค้าอีกชนิดหนึ่งที่นำมูลค่าส่งออกให้ประเทศค่ะ

น้ำมันข้าวโพดนิยมนำมาทำขนมหรือน้ำมันสลัด ตลอดจนใช้ทอดอาหารต่างๆได้เป็นอย่างดี

นอกจากประโยชน์ในรูปของอาหารแล้ว ข้าวโพดยังมีประโยชน์ในอุตสาหกรรมเครื่องอุปโภคหลายชนิด เช่น ทำสบู่, น้ำมันใส่ผม, น้ำหอม, กระดาษ, ผ้า

ตลอดจนฝัก, ใบ, ลำต้น ยังนำมาใช้ทำผลิตภัณฑ์อีกหลายอย่าง อาทิ ปุ๋ย, วัตถุฉนวนไฟฟ้า ซังข้าวโพดแห้งยังใช้เป็นเชื้อเพลิงในการหุงต้มได้

ข้าวโพดมีสรรพคุณทางยา อาทิ ช่วยบำรุงร่างกาย, หัวใจ, ปอด, ขับปัสสาวะ และนำมาพอกรักษาแผล งานนี้ต้องบอกว่าข้าวโพดไม่ธรรมดาจริงๆค่ะ


สูตรหน้าใส ใส

ส่วนประกอบ

สตรอว์เบอร์รี่ 3 ผล, โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 2 ช้อนโต๊ะ, น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ, น้ำมะนาว 1 ช้อนชา

วิธีทำ

บดสตรอว์เบอร์รีให้ละเอียด นำมาผสมกับส่วนผสมที่เหลือให้เข้ากัน

พอกหน้าทิ้งไว้ 10 นาที จึงล้างออกด้วยน้ำเย็น

อย่าลืมทำเป็นประจำนะคะ จะได้มีผิวหน้าใส สวยๆ

1. สูตรเพิ่มความสดชื่นเปล่งปลั่งให้ผิวหน้า : ล้าง หน้าด้วยน้ำอุ่นจนสะอาด แล้วนำแอปเปิ้ลไม่ปลอกเปลือกสัก ครึ่งผล ปั่นให้ละเอียด พอกหน้าเว้นเปลือกตา ทิ้งไว้ประมาณ 25 นาที แล้วล้างออก

2. สูตรลดริ้วรอย ทำให้หน้านวลใส : นำ แอปเปิ้ลครึ่งผลมาปั่น พอละเอียดได้ที่ก็คั้นมะนาวเอาแต่น้ำสัก 1 ช้อนชาใส่ลงไป คนให้เข้ากัน แล้วพอกชโลมให้ทั่ว เว้นบริเวณรอบดวงตาไว้ ทิ้งไว้ 10 นาที ล้างออก

3. สูตรหน้าเด้ง ไม่หยาบกร้าน : เตรียม โยเกิร์ต 3 ช้อนโต๊ะ และมะเขือเทศลูกเล็กๆ สัก 3 ลูก ปั่นโยเกิร์ตกับมะเขือเทศให้ละเอียด แล้วนำพอกหน้าให้ทั่ว โดยเว้นรอบดวงตา ทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างออก

4. สูตรขัดหน้าขาว และลดริ้วรอยหมองคล้ำ : ผสม โยเกิร์ต 1 ถ้วย กับเกลือป่นละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ ให้เข้ากัน ชโลมให้ทั่วใบหน้า แล้วขัดๆ ถูๆ ให้ทั่ว ขัด 5 นาที ทิ้งไว้อีก 5 นาที แล้วล้างออก ทำเดือนละครั้งกำลังดี

สาวๆที่อยากหน้าใสๆ ลองทำตามคำแนะนำ ที่เก็บมาฝาก กันนะคะ

หัวหอมสามารถช่วยแก้รอยไหม้ของเสื้อผ้าซึ่งเกิดจากการรีดผ้า

ใช้หัวหอมผ่าซีกนำไปถูตรงรอยไหม้ของเสื้อผ้า ใช้น้ำเช็ดอีกครั้ง รอยไหม้ก็จะหายไป หัวหอมมีสารละลายสามารถกัดรอยไหม้ที่อยู่บนผ้าให้จางหายไปได้ค่ะ ทั้งนี้ยังไม่ทำให้ผ้าเปื่อยขาดง่ายด้วย

หัวหอมสามารถช่วยแก้อาการแฮงค์

นำหอมแดงพอประมาณมาทุบให้แตก แล้วนำไปเคี่ยวใส่น้ำจนเดือด ให้ดื่มตอนยังร้อนๆอยู่ รับรองว่าหายแฮงค์เป็นปลิดทิ้งเลยเชียวล่ะ

ลองเอาเคล็ดลับที่เก็บมาฝากนี้ ไปปรับใช้ดูนะคะ

วันนี้สะกิด เอาอาหารกระตุ้นพลังงาน สำหรับคนที่ต้องการ ลดน้ำหนักมาฝาก

มันเทศเป็นแหล่งวิตามินบี 6 ที่ดี ซึ่งคนส่วนใหญ่เชื่อว่า ช่วยบรรเทาอาการ ก่อนมีประจำเดือน บี 6 ยังช่วยร่างกาย ผลิตพลังงานจากอาหารได้มากขึ้น และเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ต่อการลดน้ำหนักค่ะ มันเทศเป็นคอมเพล็กซ์คาร์โบไฮเดรต ซึ่งปล่อยพลังงานช้า มีกากใยมาก ทำให้อิ่มท้องอยู่ได้ โดยไม่เพิ่งเอว หรือสะโพก ผักลักษณะหัว จะมีโภชนาการอาหาร ที่ทำให้ตับอ่อนคุณแข็งแรง ซึ่งช่วยให้จัดการกับน้ำหนักได้ดีขึ้นค่ะ

ลองหามันเทศมากินดูนะคะ สำหรับคนที่คิดที่จะลดน้ำหนัก แต่กลัวพลังงานไม่พอ

หน้าฝนเริ่มเข้ามาใกล้ทุกทีแล้ว ฝนตก แดดออก เป็นบบนี้มาหลายวันแล้ว สำหรับใครที่มีปัญหาเรื่องกลิ่นอับบนเสื้อผ้า สะกิด มีเคล็ดลับเล็กๆน้อยมาฝากกันค่ะ

1. ผสมเบกกิ้งโซดา (ผงฟู) ประมาณ 4 – 8 ช้อนโต๊ะ ผสมกับผงซักฟอก แล้วซักตามปกติ

2. ตากให้แห้งสนิท แค่นี้ก็จะลดกลิ่นอับติดบนเสื้อผ้า ได้ค่ะ

วิธีนี้ไม่ยากเลยนะคะ หน้าฝนนี้ เตรียมหาติดบ้านไว้เลยค่ะ :)

วิธีทำ

1. โดยนำหัวไชเท้า 1 หัว (ขนาดเล็ก) มาล้างน้ำให้สะอาด ทำการปอกเปลือก แล้วหั่นบาง นำไปปั่นให้พอละเอียด

2. ใส่น้ำมะนาวประมาณ 1 ช้อนแกง ปั่นรวมกันอีกครั้ง

3. ใช้ทาทั่วผิวหน้า (ยกเว้นรอบดวงตาและปาก) ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด

ลองทำตามคำแนะนำนี้ดูนะคะ ไม่ยากเลยค่ะ

สินค้ารวม